ภัยแล้งครั้งใหญ่ในแอฟริกา ปี 2011

ภัยแล้งครั้งใหญ่ในแอฟริกา ปี 2011

ทวีปแอฟริกานั้นมีภูมิประเทศที่ค่อนข้างแห้งแล้ง แต่วิกฤตความแล้งนี้มีช่วงหนึ่งที่เป็นวิกฤตภัยแล้งขั้นรุนแรงอย่างเช่น ในปี 2011 เกิดภัยแล้งครั้งใหญ่ในประเทศแถบแอฟริกาตะวันออก ซึ่งถูกจัดว่าเป็นภัยแล้งที่รุนแรงที่สุดในรอบ 60 ปี เกิดขึ้นในโซมาเลีย, เอธิโอเปีย และเคนยา ซึ่งภัยแล้งดังกล่าวนี้เป็นสาเหตุทำให้ประชาชนขาดแครนอาหารและน้ำจำนวนกว่า 13.3 ล้านคน นอกจากภัยแล้งส่งผลกระทบต่อมนุษย์แล้วยังส่งผลกระทบต่อสัตว์ต่างๆในแถบนั้นซึ่งล้มตายจำนวนมากเนื่องจากขาดน้ำและอาหาร ซึ่งในช่วงต้นเดือนกรกฎาคม 2011 มีการประกาศเตือนในหลายพื้นที่แถบนั้นให้รับมือกับภาวะภัยแล้ง หลายพื้นที่ในประเทศโซมาเลียตอนใต้ประกาศภาวะฉุกเฉิน โดยทางเครือข่ายระบบเตือนทุพภิกขภัยล่วงหน้าคาดการณ์ว่าภัยแล้งนี้จะกินวงกว้างมาก สาเหตุมาจากปรากฏการณ์ลานีญ่าซึ่งรุนแรงผิดปกติทำให้ประเทศเคนยา, เอธิโอเปีย ฝนไม่ตกตามฤดูกาลในปีนั้น และโซมาเลียฝนไม่ตกเลยตั้งแต่ปี 2010 ส่งผลให้หลายพื้นที่ปริมาณน้ำในแม่น้ำลดลงอย่างมาก โดยหลายพื้นที่อัตราหยดน้ำฝนมีปริมาณเพียง 30 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น การขาดฝนทำให้ปศุสัตว์ล้มตายเป็นอันมาก ในบางพื้นที่สูงถึง 40%-60% ประมาณการว่าภัยแล้งในประเทศแถบแอฟริกาตะวันออกนั้นรุนแรงมากในรอบ 60 ปี ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศที่มีผลกระทบต่อปรากฏการณ์ลานีญ่าที่รุนแรงมาก ในเดือนสิงหาคมประชาชนในเอธิโอเปียกว่า 900,000 คนอพยพลี่ภัยมายังประเทศเพื่อนบ้านเนื่องจากภาวะขาดแคลนอาหารและน้ำ ซึ่งนอกจากการขาดแคลนอาหารและน้ำแล้วประชนชนใน 3 ประเทศยังประสบกับโรคระบาดเนื่องจากไม่มีระบบสุขอนามัย ประมาณการว่าผู้เสียชีวิตจากภัยแล้งมีจำนวนทั้งสิ้นกว่า 1 แสนคน  

ไฟป่าจากภัยแล้ง

ไฟป่าจากภัยแล้ง

เมื่อเข้าช่วงฤดูร้อนนั้น จะมีอุณหภูมิที่สูงมากและอากาศที่ร้อนจัดจนถึงให้คนมักเปิดแอร์กันกระหน่ำ ในช่วงหน้าร้อนนั้นบริเวณป่าไม้ พืชพรรณ รวมถึงหญ้าต่างๆ จะแห้งตายและมีการทับทมกันในบริเวณป่าไม้ ซึ่งในหน้าร้อนนี้นอกจากภัยแล้งแล้วยังทำให้เกิดไฟป่าด้วย ซึ่งในประเทศไทยประสบปัญหาจากไฟป่ามากในช่วงหน้าร้อน ซึ่งมีสาเหตุที่แตกต่างกันไปตามแต่ละพื้นที่ โดยเฉพาะทางภาคเหนือซึ่งเป็นพื้นที่ภูเขาและป่าไม้กว้างใหญ่ มักประสบกับไฟป่ามากเป็นอันดับต้นของประเทศ ไฟป่านั้นจะเกิดขึ้นได้ต้องมีองค์ประกอบ 3 หลักคือ เชื้อเพลิง เป็นส่วนที่เป็นสารไวไฟทุกชนิดไม่ว่าจะเป็นเศษใบไม้แห้ง กิ่งไม้ที่ตายแล้ว เมื่อทับถมกันจะเป็นเชื้อเพลิงอย่างดีทำให้ไฟป่ารุนแรงมากขึ้น, ปัจจัยความร้อน จากผลกระทบอากาศร้อนจัดอาจทำให้เศษใบไม้ ใบหญ้าติดไฟ หรือเกิดฟ้าผ่า รวมไปถึงผลกระทบจากการจุดไฟเผาป่าของมนุษย์เพื่อการเกษตร, ออกซิเจนและลม เมื่อเกิดไฟป่าอิทธิพลของลมจะทำให้ไฟโหมแรงขึ้น ภัยจากไฟป่านั้นเป็นผลกระทบในวงกว้าง ก่อให้เกิดการสูญเสียต่อชีวิตมนุษย์และสัตว์ป่ามากมาย รวมถึงทำลายแหล่งที่อยู่อาศัยด้วย ไฟป่าที่รุนแรงไม่ได้เกิดเฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น ในประเทศสหรัฐอเมริกามักเกิดไฟป่าด้วยบ่อยครั้งและมีความรุนแรงมากซึ่งทำลายแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า รวมถึงบ้านเรือนของผู้คนในแถบนั้น นอกจากผลกระทบจากไฟป่าแล้วยังเกิดผลเสียต่อระบบทางเดินหายใจเนื่องจากปัญหาการสูดดมควันไฟและปัญหาหมอกควันต่างๆตามมาอีกมาก

ประเทศไทยร้อนขึ้นในรอบ 56 ปี

ประเทศไทยร้อนขึ้นในรอบ 56 ปี

ผลกระทบจากภาวะโลกร้อนทำให้ประเทศในเขตร้อนทุกประเทศทั่วโลกมีภูมิอากาศที่ร้อนมากขึ้นกว่าเดิม ยิ่งโดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อนซึ่งปกติแล้วอากาศจะร้อนอยู่ แต่ในภาวะดังกล่าวส่งผลให้อากาศในฤดูร้อนนั้นเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม สำหรับประเทศไทยนั้นเมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูร้อนในช่วงเดือนมีนาคม ถึง เดือนพฤษภาคม อากาศจะร้อนจัดยิ่งโดยเฉพาะในเดือนเมษายน อากาศจะร้อนอบอ้าวมากบางพื้นที่อุณหภูมิสูงถึง 38 องศาเลยก็ว่าได้ ซึ่งในปี 2559 ที่ผ่านมานั้นประชาชนในประเทศไทยเผชิญหน้ากับอากาศร้อนจัดมาก ซึ่งทางนาซ่าออกมาเผยว่า ประเทศไทยนั้นร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์ในรอบ 56 ปี ทางองค์การนาซ่าได้ออกมาเผยภาพดาวเทียมที่จะเห็นถึงพื้นที่ประเทศไทยและประเทศใกล้เคียงกันเห็นว่ามีคลื่นความร้อนปกคลุมประเทศไทยในเดือนเมษายน ปี 2559 ซึ่งมีอุณหภูมิสูงถึง 44 องศา ร้อนที่สุดในรอบ 56 ปี ซึ่งผลกระทบดังกล่าวนั้นมาจากสาเหตุของภาวะโลกร้อน โดยเฉพาะในเขตเมืองที่มีการใช้แอร์จำนวนมากจึงทำให้ความร้อนแผ่ปกคลุมมากที่สุด โดยอากาศในเดือนเมษายนนั้นเป็นช่วงที่มีอากาศร้อนเป็นปกติอยู่แล้วซึ่งอุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ที่ 28-35 องศา แม้ว่าบางพื้นที่จะแตะ 38 องศาก็ตาม ซึ่งนาซ่าได้แพร่ภาพดาวเทียมประเทศไทยเผยถึงความร้อนที่แผ่ปกคลุมสูงกว่าปกติอันเนื่องมาจากภาวะโลกร้อนนั้นเอง ซึ่งภาพถ่ายจากดาวเทียมนอกจากจะเห็นความร้อนจากประเทศไทยแล้ว ยังเผยให้เห็นถึงความร้อนในประเทศใกล้เคียงด้วย ซึ่งจากภาพนี้แสดงถึงผลกระทบอย่างใหญ่หลวงที่ผลมาจากกิจกรรมของมนุษย์จึงทำให้เกิดผลพวงของสภาวะโลกร้อนในปัจจุบัน  

ภัยแล้งจากภาวะเรือนกระจก

ภัยแล้งจากภาวะเรือนกระจก

กระบวนการเกิดภาวะเรือนกระจกนั้น ทำให้เกิดผลกระทบอย่างมากต่อสถานที่ต่างๆของโลก ซึ่งคาดว่าในอนาคตที่เทคโนโลยีเจริญก้าวหน้าและกิจกรรมของมนุษย์ที่มีมากขึ้นจะทำให้ภาวะเรือนกระจกมีความรุนแรงมากขึ้น ซึ่งมีการคาดว่าภาวะเรือนกระจกที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อนนั้นจะเกิดมากขึ้นจนไม่สามารถแก้ไขอะไรได้เลย โดยคาดการณ์ว่าในอีก 52 ปีข้างหน้า นักวิทยาศาสตร์ภูมิอากาศคนสำคัญของนาซาชื่อว่า เจมส์ แฮนเสน เชื่อว่า จะเป็นช่วงเวลากู่ไม่กลับ ซึ่งช่วงเวลาดังกล่าวมาถึงแล้ว จะสังเกตว่านับวันความร้อนบนพื้นดินในหลายๆประเทศมีความร้อนสูงเกินระดับ 30 องศา ซึ่งบางประเทศนั้นมีอุณหภูมิสูงถึง 40 องศาเลยทีเดียว พื้นที่ดังกล่าวจึงเป็นสาเหตุให้พื้นดินบางแห่งเกิดภาวะภัยแล้งอย่างหนักอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนเลย พื้นที่บางแห่งมีฝนตกตามฤดูกาลแต่ในปัจจุบันนั้นกลับไม่มีฝนตก หรือฝนตกน้อยลงในบริเวณนั้น ซึ่งในปัจจุบันนั้นการผลิต CO2 จากการทำอุตสาหกรรมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศมากขึ้น ในแต่ละปีนั้นมีการทำอุตสาหกรรมมากขึ้นจึงเป็นเหตุให้เกิดภัยแล้งที่ยาวนาน บางพื้นที่มีภัยแล้งนานถึง 5-6 เดือน ซึ่งภาวะดังกล่าวนี้ทางนักวิทยาศาสตร์คาดว่าอาจจะเป็นสาเหตุของการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ในยุคเพอร์เมียน-ไทรแอสสิก การเกิดภาวะเรือนกระจกนั้น ทำให้มีภัยแล้งในหลายพื้นที่ บางพื้นที่ไม่เคยประสบภัยแล้งเลยและเจอกับภัยแล้งครั้งใหญ่ ซึ่งปัญญาภัยแล้งนั้นก่อเกิดการขาดแคลนน้ำ ทั้งการอุปโภค บริโภค รวมถึงการใช้งานทางการเกษตร จึงมีการนำน้ำใต้ดินมาใช้ซึ่งเมื่อมีการใช้น้ำใต้ดินมากก็จะทำให้เกิดความสมดุลของน้ำใต้ดินลดลงและเป็นสาเหตุให้ดินไม่ได้รับการชุ้มน้ำและอาจเกิดหลุมยุบขึ้นและหน้าดินแตกระแหงเนื่องจากดินไม่มีน้ำไว้ดูแลหน้าดิน  

สภาวะเรือนกระจก

สภาวะเรือนกระจก

เป็นที่ทราบกันดีว่าโลกในปัจจุบันนั้นเปลี่ยนไปมากขนาดไหนซึ่งในปัจจุบันนั้นภาวะโลกร้อนเป็นสาเหตุหลักที่ยังไม่สามารถแก้ไขอะไรได้เลย เนื่องจากมนุษย์มีกิจกรรมมากมายที่เป็นผลที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ขึ้นสู่อากาศจนเกิดภาวะเรือนกระจก หรือ Greenhouse Effect  เป็นกระบวนการเกิดจากรังสีความร้อนจากพื้นโลกโดยเป็นก๊าซเรือนกระจกในชั้นบรรยากาศ ซึ่งรังสีได้ถูกแผ่ออกไปในทุกทิศทาง และความร้อนจากก๊าซเรือนกระจกนั้นไม่สามารถทะลุผ่านชั้นบรรยากาศโลกได้ จึงทำให้ความร้อนดังกล่าวถูกกักเก็บไว้บริเวณพื้นโลกเป็นเหตุให้อุณหภูมิของโลกนั้นสูงขึ้น รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิน้ำทะเลทำให้เกิดความสมดุลผิดปกติเป็นสาเหตุให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศทั่วโลก ภาวะเรือนกระจกถูกค้นพบราวปี 1824 ซึ่งภาวะเรือนกระจกที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติเพื่อให้โลกปรับสมดุลของอุณหภูมิ แต่ในปัจจุบันนั้นภาวะเรือนกระจกมีความรุนแรงมากขึ้นเนื่องจาก กิจกรรมของมนุษย์ โดยเฉพาะการเผาไหม้เชื้อเพลิงซากดึกดำบรรพ์และการทำลายป่า ได้เพิ่มปรากฏการณ์เรือนกระจกธรรมชาติ เป็นสาเหตุหลักทำให้เกิดปรากฏการณ์โลกร้อน ในช่วง 100 ปีที่ผ่านมานั้นภาวะเรือนกระจกที่เกิดจากฝีมือมนุษย์นั้นทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมากต่อโลก อย่างเช่น หิมะที่เคยปกคลุมแถบขั้วโลกเหนือราว 80 เปอร์เซ็นต์จนในปัจจุบันเหลือเพียง 40 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นซึ่งหากน้ำแข็งละลายจะมีผลกระทบต่อสัตว์น้ำในแถบนั้นมากๆ หรือในเทือกเขาที่มีหิมะปกคลุมหนาแน่นซึ่งในปัจจุบันภาวะเรือนกระจกทำให้หิมะที่เคยปกคลุมเทือกเขาหายไปอย่างมาก บางแห่งไม่มีหิมะปกคลุมอยู่เลย เนื่องจากความร้อนที่สะสมและป่าไม้ที่เหลือน้อยลง

ภัยแล้ง ผลกระทบที่ยากจะแก้

ภัยแล้ง ผลกระทบที่ยากจะแก้

ภัยแล้ง นับว่าเป็นภัยพิบัติอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นจากธรรมชาติ โดยส่วนใหญ่มักจะเกิดในพื้นที่เขตร้อนและในช่วงฤดูร้อนซึ่งมีปัญหาด้านภัยแล้งมาก ภัยแล้งเป็นผลมาจากลมฟ้าอากาศ ซึ่งเกิดจากฝนตกน้อยในช่วงฤดูร้อนและพื้นที่ดังกล่าวที่เกิดภัยแล้งนั้นมักไม่มีอ่างเก็บน้ำไว้ใช้ในหน้าแล้ง ทั้งนี้อาจรวมไปถึงผลกระทบจากปรากฎการณ์เอลนิโญ่ซึ่งทำให้เกิดฝนไม่ตกตามฤดูกาลหรือ ฝนตกในปริมาณน้อยแม้ว่าจะเข้าฤดูฝนแล้ว ซึ่งเมื่อฝนไม่ตกเป็นระยะเวลานาน พื้นที่ที่ขาดน้ำจะได้รับผลกระทบซึ่งจะทำให้พื้นดินแตกระเหง พืชพรรณที่อุ้มน้ำไม่สามารถอยู่ได้ และอาจทำให้พืชพรรณนั้นเสียหายเนื่องจากขาดน้ำ นอกจากปัจจัยที่ทำให้เกิดฝนไม่ตก หรือ ปัจจัยที่ฝนแล้งในช่วงหน้าร้อนแล้วยังมีปัจจัยอื่นๆอีกสำหรับสาเหตุให้เกิดภัยแล้งดังกล่าวอย่างเช่น ปัจจัยจากการตัดไม้ทำลายป่าเมื่อไม่มีป่าก็ไม่มีความชื้นเข้าสู่ชั้นบรรยากาศทำให้ไม่มีเมฆก่อเกิดฝน ความเปลี่ยนแปลงของสภาวะกิจกรรมของมนุษย์ทำให้ความสมดุลของพลังงานที่ได้รับจากดวงอาทิตย์ เช่น การเผาพลาสติก น้ำมัน และถ่านหิน ก่อเกิดสภาวะเรือนกระจกและการสะสมของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ทำให้เกิดความร้อนที่ระบายในชั้นบรรยากาศกลับสะสมอยู่บริเวณพื้นดินทำให้เกิดความร้อนมากกว่าปกติ ภัยแล้งส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นในบริเวณเขตร้อนช่วงเดือนมกราคมถึงเมษายนโดยในประเทศไทยจะได้รับผลกระทบหนักในช่วงเมษายน ซึ่งจะเป็นช่วงของหน้าร้อนอุณภูมิจะสูงขึ้นมากกว่าเดือนอื่นๆ ซึ่งเกษตรกรจะไม่สามารถปลูกพืชพรรณที่ชอบน้ำได้ ซึ่งจะปลูกพืชสวนครัวที่อยู่ได้ในสภาวะอากาศร้อนเท่านั้น รวมถึงการปลูกหญ้าแฝกบริเวณริมตลิ่งเพื่อป้องกันหน้าดินด้วย